โปรแกรม Science, Technology, Engineering Education Exchange Laboratory (STEEL)

โปรแกรม Science, Technology, Engineering Education Exchange Laboratory (STEEL)
วันที่ ๖-๑๐ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๔  ณ สาธารณรัฐสิงคโปร

ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ STEEL กับครูเฉลิม  บัวสิงค์ และครูจงกล  บัวสิงห์ ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือของ สพฐ. UNESCO, Science center Singapore ในการอบรมและพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ในระหว่างวันที่ 6-10 กันยายน 2554 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ในการเดินทางครั้งนี้ได้มีคณะร่วมเดินทางจำนวน 3 โครงการ ได้แก่โครงการ STELL, Flying Machine และกลุ่มนำเสนอผลงานวิจัย ERAS

การเดินทางในวันแรกพวกเราได้เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG403 เวลา 08.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงก็มาถึงสนามบิน ชางกี ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ อาณาเขตบริเวณก็กว้างใหญ่ ตกแต่งได้สวยงามมากๆ  พื้นทางเดินและทั่วทั้งพื้นที่ปูด้วยพรมทั้งสนามบิน ไกด์ท้องถิ่นชื่อคุณอ๋อยมารับที่ประตูทางออก(เป็นคนไทย แต่มาทำงานที่สิงคโปร์และได้รับสัญชาติสิงคโปร์ ทำงานเป็นทหาร รับงานไกด์เป็นอาชีพเสริม) จากนั้นไกด์พาพวกเราเดินทางมาเยี่ยมชมเมอร์ไลออน หรือ สิงโตทะเล ซึ่งถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board – STB) ในปี 1964 – รูปปั้นนี้มีหัวเป็นสิงโต ร่างเป็นปลา ยืนอยู่บนยอดคลื่น ต่อมาไม่นานทั่วโลกก็ถือกันว่าสิงโตทะเลตัวนี้คือเครื่องหมายประจำชาติสิงคโปร์ ตรงข้ามจะมองเห็นมารีน่า เบย์ แซนด์ (Marina Bay Sand) รีสอร์ทหรูใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์    มารีน่า เบย์ แซนด์ส ประกอบไปด้วยห้องพักและห้องสูทกว่า 2,561 ห้อง อีกทั้งโรงแรมยังมีไฮไลท์ คือ The Sands SkyPark ตั้งอยู่ชั้นที่ 57 ของโรงแรม เป็นสถาปัตยกรรมรูปร่างคล้ายเรือตั้งอยู่บนอาคารทั้ง3 แซนด์ส สกาย พาร์คนี้ถือว่าเป็นสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

จากนั้นไกด์พาคณะพวกเราเดินทางไปยังย่านการค้าสำคัญของสิงคโปร์ ในเวลาอยู่ที่ราวๆ 2 ชั่วโมง เหล่าสมาชิกไปช๊อปปิ้งกันตามอัธยาศัย แต่สิ่งของที่วางจำหน่ายในร้านค้าต่างๆ จะมีราคาค่อนข้างสูงมาก ยกเว้นสินค้าบางชนิดเช่น กระเป๋าหนัง รองเท้าบางยีห้อจะมีราคาถูกกว่าเมืองไทย แต่โดยส่วนใหญ่จะมีราคาสูง เนื่องจากที่นี่มีอัตราค่าครองชีพสูง รายได้ของประชากรก็สูงตามโดยเฉลี่ยคนที่จบปริญญาตรีจะมีเงินเดือนราวๆ 3,000 เหรีญสิงคโปร์หรือราวๆ 75,000 บาท อย่างไรก็ตามก็มีรายจ่ายสูงๆ ตามไปด้วย ประชาชนส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ ซึ่ง 80% เป็นของรัฐบาล และมีราคาราวๆ 10-50 ล้านบาทขึ้นไป สภาพบ้านเมืองของสิงคโปร์ ดูสอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก ไม่มีป้ายโฆษณาดูแกะกะสายตา ตึก อาคาร การวางผังเมืองและถนนหนทางถูกออกแบบและวางแผนมาอย่างดี ไม่มีตำรวจให้เห็นบนท้องถนนที่ควรขูดรีดเหมือนบ้านเรา แต่เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด ใครทำผิดกฏจารจรจะถูกตามเก็เงินถึงบ้านและปริมาณรถยนต์ถูกควบคุมจำนวนไว้ที่ราว 600,000 คัน(ไกด์ให้ข้อมูล) และผู้ที่จะมีรถขับได้ต้องไปประมูลขอใบอนุญาต (ราวๆ 70,000 เหรียญหรือเกือบ 1,750,000 บาท)และราคารถยนต์ค่อนข้างสูงมาก สูงกว่าไทยประมาณ 3 เท่าดังนั้นแม้มีรายรับมาก ก็มีรายจ่ายสูงมากไปด้วย แต่ด้วยเพราะคนสิงคโปร์เป็นผู้ที่น่าจะมีวินัยสูง และประการสำคัญมีกฏหมายที่เข้มงวด ทั้งการทิ้งขยะ การสูบบุหรี่ ต้องปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด  และที่สำคัญสิงคโปร์ถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีการคอรัปชั่นน้อย ทำให้บ้านเมืองของเขาพัฒนาไปจนถือได้ว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว สังคมทั่วโลกยอมรับ จะเดินทางไปประเทศไหนๆ บนโลกใบนี้ไม่ต้องขอวีซ่าเลย

ในวันที่ 2  ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการ STEEL โดยเข้าลงทะเบียนต้ังแต่เช้าที่ SCIENCE CENTER Singapore พิธีเริ่มจากการกล่าวต้อนรับ Welcome address  and  Introduction to Science Centre โดย Prof Lim Tit Meng Chief Executive  Science Centre Singapore กล่าวเปิดงานโดย Dr Hubert Gijzen (TBC) Director UNESCO Office, Jakarta จากนั้นเจ้าหน้าที่ของ Science Centre ได้แนะนำและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการภาระกิจของ Science Centre พร้อมกับนำเยี่ยมชมสถานที่บางส่วนของ Science Centre ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์และการจัดนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์ของสิงคโปร การจัดแสดงแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ หลายส่วน แวะไปดูเวบไซต์ของเขาได้ที่นี่  โดยปกติการเข้าชมจะต้องจ่ายตังส์ครับราวๆ 24 เหรียญหรือราวๆ 600 บาทสำหรับผู้ใหญ่ เด็กก็ราวๆ 250 บาทครับ แต่วันนี้ผู้ปกครองก็พาเด็กๆ เข้าชมมากมายตรงข้ามกับประเทศไทยไม่ค่อยให้ความสนใจเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเลยแม้ไม่เก็บตังส์ก็ยังไม่มีคนไปดูเลย

หลังอาหารเที่ยงเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดกิจกรรมพาคณะพวกเรา 21 คนจากไทย จากติมอร์อีกราว ๆ 10 คน อินโดนีเซีย  มาเลเซีย และจากประเทศเข้าภาพไม่ทราบจำนวนไปเยี่ยมชมโรงเรียน Woodgrove School เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลโรงเรียนที่ส่งเสริมการจัดกิจกรรมด้าน Enviroment ดีเด่น เขาก็นำเสนอว่าเขาจัดกิจกรรมอย่างไรจึงประสบผลสำเร็จ โดยสรุปเขาก็ใช้กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน ให้นักเรียนได้สำรวจและแก้ปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนโดยการได้รับความร่วมมือทั้งจากผู้ปกครอง ชุมชนและองค์กรเอกชนสนับสนุนงบประมาณทำให้สามารถพัฒนานักเรียนที่ไม่ใช่นักเรียนที่เรียนเก่งให้ประสบผลสำเร็จได้ ครูและผู้บริหารที่มาต้อนรับพวกเรายัดูมีอายุน้อยๆ อยู่ โดยเฉพาะครูใหญ่ครับเป็นผู้หญิงดูคล่องแคล่ว และสวยด้วยครับ จากนั้นคุณครูที่สอนฟิสิกส์ได้พาพวกเราทำเฮลิคอปเตอร์จากเศษวัสดุเหลือให้ ซึึ่งกิจกรรมนี้ครูเขาใช้สอนในห้องเรียนและมีการบูรณาการกับวิชาต่างๆ ทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม การอออกแบบเทคโนโลยี ด้วย

จากนั้นพวกเราอำลาคณะผู้บริหารโรงเรียน เพื่อเดินทางไปยังโรงไฟฟ้า SENOKO ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่ประชากรสิงคโปร์โดยใช้แหล่งพลังงานจากแก๊สธรรมชาติ  โรงงานแห่งนี้มุ่งเน้นการใช้พลังงานที่สะอาด และพยายามหาวิธีลด CO2

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง

  1. ครูต้นแบบ ของแท้!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: